วันอังคารที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556

ลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว

วิธีลดน้ําหนัก
การลดความอ้วน หรือ การลดน้ำหนัก ทุกวิีธี ไม่ว่าจะเป็นของใครก็แล้วแต่ จะได้ผลก็ต่อเมื่อ คุณได้ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การกิน และ การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ เท่านั้นจึงจะเห็นผลได้
วิธีลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
วิธีลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมีอยู่ 3-4 วิธี ส่วนใหญ่ไม่นิยมทำกัน แต่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีคนทำกันบ้างแต่ไม่มากนัก สาเหตุที่ไม่ค่อยนิยมทำกัน เพราะวิธีการบางอย่างอาจจะต้องมีการทำผ่าตัดร่วมด้วย ผู้มารับการรักษา อาจต้องเจ็บตัวนอก เหนือจากเสียสตางค์แล้ว วิธีการเหล่านั้นคือ
1. การฉีดฮอร์โมนเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้มีผลต่อการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ยังมีผลข้างเคียงรุนแรงค่อนข้างมาก ถึงขนาดมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะภายในบางอย่าง
2. การผ่าตัดมัดกระดูกขากรรไกรให้เข้าหากัน ปากของคนนั้นๆ ก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ กลืนอาหารเหลวได้เท่านั้น คงไม่มีใครคิดอยากจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ในเมืองไทย
3. การผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะ หรือการตัดต่อลำไส้เล็กใหม่ให้สั้นลง เพื่อลดเวลาในการดูดซึมสารอาหาร ในระหว่างผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก นอกจากนี้มีคนทดลองใส่ลูกโป่งเข้าไปในกระเพาะ เพื่อให้มีที่ว่างน้อยลง
4. การผ่าตัดหรือการดูดไขมันหน้าท้องออก ทั้งสองวิธีมีการทำในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบางคนโดยเฉพาะ สุภาพสตรี มีไขมันหน้าท้อง ซึ่งทำให้หน้าท้องหย่อนไม่สวยงาม จึงไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาไขมัน และทำให้ หน้าท้อง ตึงขึ้น ส่วนการดูดไขมันออกทางหน้าท้อง ใช้วิธีเจาะช่องหน้าท้องแล้วเอาเครื่องมือสอดเข้าไปในชั้นไขมัน ใต้ผิวหนัง เพื่อดูดเอาไขมันออก























 
วิธีลดน้ําหนัก
การลดความอ้วน หรือ การลดน้ำหนัก ทุกวิีธี ไม่ว่าจะเป็นของใครก็แล้วแต่ จะได้ผลก็ต่อเมื่อ คุณได้ปรับเปลี่ยน พฤติกรรม การกิน และ การออกกำลังกาย อย่างสม่ำเสมอ เท่านั้นจึงจะเห็นผลได้
วิธีลดน้ำหนักอย่างรวดเร็ว
วิธีลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วมีอยู่ 3-4 วิธี ส่วนใหญ่ไม่นิยมทำกัน แต่ในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มีคนทำกันบ้างแต่ไม่มากนัก สาเหตุที่ไม่ค่อยนิยมทำกัน เพราะวิธีการบางอย่างอาจจะต้องมีการทำผ่าตัดร่วมด้วย ผู้มารับการรักษา อาจต้องเจ็บตัวนอก เหนือจากเสียสตางค์แล้ว วิธีการเหล่านั้นคือ
1. การฉีดฮอร์โมนเข้าไปในร่างกาย เพื่อให้มีผลต่อการเผาผลาญพลังงานจากไขมัน นอกจากจะมีราคาแพงแล้ว ยังมีผลข้างเคียงรุนแรงค่อนข้างมาก ถึงขนาดมีการเปลี่ยนแปลงของอวัยวะภายในบางอย่าง
2. การผ่าตัดมัดกระดูกขากรรไกรให้เข้าหากัน ปากของคนนั้นๆ ก็จะไม่สามารถรับประทานอาหารได้ตามปกติ กลืนอาหารเหลวได้เท่านั้น คงไม่มีใครคิดอยากจะลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ในเมืองไทย
3. การผ่าตัดเพื่อลดขนาดของกระเพาะ หรือการตัดต่อลำไส้เล็กใหม่ให้สั้นลง เพื่อลดเวลาในการดูดซึมสารอาหาร ในระหว่างผ่านกระเพาะอาหารและลำไส้เล็ก นอกจากนี้มีคนทดลองใส่ลูกโป่งเข้าไปในกระเพาะ เพื่อให้มีที่ว่างน้อยลง
4. การผ่าตัดหรือการดูดไขมันหน้าท้องออก ทั้งสองวิธีมีการทำในเมืองไทยมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะบางคนโดยเฉพาะ สุภาพสตรี มีไขมันหน้าท้อง ซึ่งทำให้หน้าท้องหย่อนไม่สวยงาม จึงไปพบแพทย์เพื่อผ่าตัดเอาไขมัน และทำให้ หน้าท้อง ตึงขึ้น ส่วนการดูดไขมันออกทางหน้าท้อง ใช้วิธีเจาะช่องหน้าท้องแล้วเอาเครื่องมือสอดเข้าไปในชั้นไขมัน ใต้ผิวหนัง เพื่อดูดเอาไขมันออก
วิธีที่กล่าวมาทั้งหมด คงจะไม่มีวิธีไหนดีไปกว่าการค่อยๆ ลดน้ำหนัก โดยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการบริโภคอาหาร และการออกกำลังกาย แต่ถ้าท่านต้องการทำจริงๆ ท่านควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเสียก่อนที่ท่านจะตัดสินใจ

วิธีลดน้ำหนัก/วิธีลดความอ้วน
1.รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ แต่พยามยามลดอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล และไขมัน และไม่ควรงดมื้อใดมื้อหนึ่ง เพราะ อาจทำให้คุณรับประทานอาหารมื้อถัดไปมากขึ้น ที่สำคัญควรรับประทานประเภทผักใบเขียว เพราะจะมีใยอาหาร อยู่มาก
2.พยายามดื่มน้ำก่อนอาหาร เพื่อถ่วงกระเพาะอาหาร ซึ่งจะทำให้ทานอาหารได้น้อยลง หรือเลือกรับประทาน ใยอาหาร ก่อนอาหาร ประมาณครั้งชั่วโมงแทน
3.เพื่อผลทางจิตวิทยา ควรใช้ภาชนะเล็กลง โดยมีปริมาณอาหารเท่าเดิมเพื่อให้ดูว่ามีอาหารมากขึ้น และควรใช้ ช้อน ขนาดเล็กเพื่อจะได้รับประทานช้าลง ที่สำคัญควรฝึกเคี้ยวช้า ๆ จะทำให้รับประทานอาหารได้น้อยลง และรู้สึกอิ่มได้เร็วขึ้น
4.หาเวลาออกกำลังกายที่เหมาะสมมากขึ้น มักมีความเชื่อผิด ๆ กันว่า การออกกำลังกายมากขึ้นจะทำให้หิวเร็ว และ รับประทาน อาหารมากขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว การที่ไม่ได้ออกกำลังกายจะทำให้รู้สึกเบื่อหน่าย จึงมักขจัด ความเบื่อนี้ ด้วยการรับประทาน การออกกำลังกายจึงเป็นวิธีช่วยลดความเบื่อหน่าย และเพิ่มการใช้พลังงาน เพื่อเผาผลาญ ไขมันสะสม ให้ลดน้อยลง
5.สร้างสิ่งจูงใจ หรือทัศนคติดี ๆ ต่อพฤติกรรมใหม่ ๆ เช่น การเขียนข้อความเกี่ยวกับการลดความอ้วน หรือชุดสวย ๆ ในสมัยก่อนที่เคยใส่ได้ เพื่อให้เห็นถึงเป้าหมาย และสามารถกระตุ้นหรือจูงใจให้มีความพยายามมากขึ้น และที่สำคัญ ที่สุด พยายามพักผ่อนให้มาก ๆ ไม่มีประโยชน์เลย ถ้ามีรูปร่างที่สวยงามอย่างที่ต้องการ แต่ต้องอาศัยอยู่ ในโรงพยาบาล เนื่องจากสุขภาพไม่ดี


สูตรลดความอ้วน สูตรพระเทพ
วันที่ 1เช้า - น้ำผลไม้คั้น หรือ
โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน - ไข่ต้ม 2 ฟองเย็น - สลัดผัก
วันที่ 2เช้า - น้ำผลไม้คั้น หรือ
กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน - ไข่ต้ม 2 ฟองเย็น - โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วันที่ 3เช้า - กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน - เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
(เนื้อ, หมู)
เย็น - สับปะรด 1 ชิ้น
วันที่ 4เช้า - น้ำผลไม้คั้น หรือ
กาแฟและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน - สลัดผัก
และไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น - โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วันที่ 5เช้า - น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วยกลางวัน - ส้มตำและไก่ย่าง 1 ชิ้นเย็น - สลัดผัก
วันที่ 6เช้า - น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วยกลางวัน - ปลานึ่ง หรือ ปลาเผาไม่จำกัดเย็น - นมสด 1 แก้ว
วันที่ 7เช้า - ข้าว 1 ทัพพี และเนื้อ 1 ชิ้น หรือไข่ต้ม 1 ฟองกลางวัน - เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
(เนื้อ, หมู)
เย็น - สับปะรด 1 ชิ้น
สูตรลดความน้ำหนัก
มื้ออาหารเมนู 900 กิโลแคลอรีเมนู 1,200 กิโลแคลอรี
รายการอาหารจำนวนรายการอาหารจำนวน
มื้อเช้าขนมปังปิ้ง + นมพร่องมันเนย2 แผ่น + 250 ซีซีขนมปังปิ้ง + นมพร่องมันเนย2 แผ่น+250 ซีซี
ส้มเขียวหวานคั้น200 ซีซีส้มเขียวหวานคั้น200 ซีซี
มื้อกลางวันแกงจืดเต้าหู้ขาว ข้าวสวย1 ทัพพีีเกาเหลา ข้าวสวย2 ทัพพี
ฝรั่ง หรือผลไม้อื่นๆ2 ชั้น 75 กรัมฝรั่ง หรือผลไม้อื่นๆ3 ชิ้น 100 กรัม
มื้อเย็นก๋วยเตี๋ยวหมู1 ชาม เล็กก๋วยเตี๋ยวผัดไทย ไม่มัน1 จาน เล็ก
สับปะรด หรือผลไม้อื่นๆ3 ชิ้นสับปะรด หรือผลไม้อื่นๆ3 ชิ้น

วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ

วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ

วิธีลดน้ำหนักเเบบผิดๆ
บทความนี้ยกตัวอย่างจากข้อเเรกๆที่มักจะเลือกมาใช้ เพราะความต้องการให้การลดน้ำหนักได้ผลอย่างรวดเร็ว เห็นผลชัดเจน เเต่คุณๆทราบกันหรือไม่ว่า การลดน้ำหนักที่ปลอดภัยเเละมีประสิทธิภาพ ไม่มีวิธีการไหนที่จะเห็นผลได้อย่างรวดเร็วทุกวิธีการต้องใช้เวลาทั้งสิ้น ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆค่ะ เเถมบางครั้งเข้าใจผิดเลือกผิดอาจทำให้ส่งผลเสียระยะยาวกับสุขภาพอีกด้วย ยิ่งทำให้เป็นผีซ้ำด้ามพลอย เหนื่อยก็เหนื่อย เเถมยังโยโย่อีกอีกต่างหาก

ยาลดความอ้วน

เขาก็บอกกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมืองว่ายาแบบนี้ส่งผลข้างเคียงมานักต่อนักแล้ว ไม่ว่าจะส่งผลต่อระบบประสาททำให้คิดอะไรช้าลง ร่างกายทรุดโทรม แล้วไหนจะโยโย่เอฟเฟกต์ที่อาจเกิดขึ้นหลังคุณเลิกทานยาพวกนี้อีก รู้แบบนี้แล้วก็เลิกหวังพึ่งทางลัดด้วยการเอาร่างกายไปเสี่ยงเสียที แล้วหันมาลดด้วยวิธีธรรมชาติดีกว่านะ เพราะถ้าเกิดร่างกายของคุณเป็นอะไรขึ้นมา มันคงไม่คุ้มกันหรอก ในปัจจุบันยาลดความอ้วนก็มีกลเม็ดมากมายที่จะออกมาเเก้ต่างสรรพคุณว่าไม่อันตรายบ้าง มาจากธรรมชาติบ้าง ไม่โยโย่บ้าง เเต่ลองนึกกันให้ดีเราพึ่งยาเพื่อให้ลด เมื่อเราหยุดยานิสัยการกินเราก็เหมือนเดิม เเล้วจะเอาที่ไหนมาไม่โยโย่หล่ะ

งดหรือข้ามมื้ออาหาร

นี่ก็เป็นอีกวิธีที่คนชอบทำกันนัก ซึ่งก็คือการงดอาหารไปเลยนั่นเอง เพราะเชื่อว่าจะทำให้คุณลดปริมาณพลังงานแคลอรี่ที่บริโภคต่อวันลงไปได้ แต่จริง ๆแล้วความคิดนี้ผิดถนัด จากการที่มันจะทำให้คุณหิวกว่าเดิมจนกินมากขึ้นอีกในมื้อต่อไป แถมยังทำให้ร่างกายพยายามดูดซึมอาหารมากกว่าปกติเนื่องจากรางกายไม่รู้ว่าคุณจะทานอาหารมื้อใหม่มาให้เผาผลาญพลังงานได้อีกเมื่อไหร่จึงพยายามดูซึมไว้ให้มากที่สุด เลิกซะทีความคิดที่ว่าลดน้ำหนัก ต้องอดข้าวเย็น มันไม่ดีต่อสุขภาพเอาเสียเลย เพราะเวลาทีเราเข้านอน เมื่อเราอดมื้อเย็นนั้นหมายความว่าร่างกายเราจะต้องอดอาหารถึง 12-16 ชม เลยทีเดียว

ใช้วิธี Detox หรือ Fasting พร่ำเพรื่อ หวังว่าน้ำหนักจะลง

คำนี้อาจยังไม่คุ้นหูบางคน แต่การ Fasting นั้นก็คือวิธีอดอาหารขจัดพิษออกไปจากร่างกายคล้าย ๆ กับดีท็อกซ์วิธีหนึ่งนั่นเอง โดยผู้ที่ทำตามวิธีนี้อาจเลือกกินน้ำเปล่าหรือน้ำผลไม้แทนข้าวไปทั้งวัน เพื่อให้น้ำหนักลดลง แต่คุณลืมคิดไปหรือเปล่าว่าต่อให้ลดน้ำหนักยังไง ร่างกายก็ต้องการสารอาหารครบ 5 หมู่อยู่ดี เพื่อให้สมองสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ แบบนี้แล้วแค่สารอาหารจากน้ำหรือน้ำผลไม้แบบเดิม ๆ มันจะไปพออะไรล่ะนอกจากนี้ถึงน้ำหนักจะหายไป เเต่น้ำหนักนั้นก็เป็นน้ำหนักของน้ำในร่างกาย เมื่อกลับมาทานปรกติก็กลับมาอ้วนอยู่ดี ดังนั้นอย่าเลือกโหมลดน้ำหนักด้วยวิธีนี้ดีกว่านะ ไม่งั้นเกิดเบลอไปเรียนหรือทำงานจนผิดพลาดขึ้นมา จะหาว่าไม่เตือน

โหมออกกำลังกายมากเกินไป

จริงอยู่ว่าการออกกำลังกายเป็นเรื่องดี แต่การโหมออกกำลังกายมากเกินไปเพื่อให้ผอมเร็วทันใจไม่ใช่วิธีที่ดีนักหรอกนะ เพราะการทำแบบนั้นจะทำให้ร่างกายรับภาระหนักเกินไป จนอาจเกิดผลกระทบขึ้นได้ในภายหลัง ยิ่งไปกว่านั้น คุณยังไม่สามารถทำได้ทุกวันจากการที่มีเวลาไม่มากพอ และทำให้ร่างกายอ่อนล้าเกินความจำเป็นอีกต่างหาก เพราะฉะนั้นควรออกกำลังกายอย่างพอเหมาะจะดีกว่า สภาพร่างกายเรามีมาตรฐานเเตกต่างกัน การเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนที่ออกกำลังกายมานานเเล้วเป็นความคิดที่ผิด ทางที่ดีควรจดบันทึกการออกกำลังกายของเราเเละเพิ่มเวลา หรือความหนักขึ้นทีละน้อยทุกๆ2-3สัปดาห์

น้ำอัดลมและผลิตภัณฑ์ไดเอตทั้งหลาย

น้ำอัดลมไดเอตที่ได้ชื่อว่าใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล ควรเลี่ยงเสียบ้าง อย่าทานบ่อยนัก เพราะแม้มันจะให้พลังงานน้อยลงหลายเท่าตัว แต่ก็อาจส่งผลเสียกับร่างกายในระยะยาวได้ เช่นทำให้กระดูกสึกกร่อนเป็นต้น ดังนั้นพยายามอย่าดื่มบ่อย แต่ควรเลือกดื่มแค่เวลากระหายจนทนไม่ไหวนานๆ ครั้งก็พอ และยังมีงานวิจัยหลายเเหล่งพิสูทธิ์มาแล้วว่าการทานสารให้ความหวานเเทนน้ำตาลมากจนเกินไปอาจจะส่งผลเสียถึงไต เเละอาจทำให้ร่างกายสั่งให้รับพลังงานมากขึ้นกว่าเดิมเพราะร่างกายยังคงต้องการพลังงานมาขับเคลื่อนอยู่ดี

การหักดิบ หรือการเปลื่ยนแปลตัวเองมากจนเกินไป

การหักดิบหรือเปลี่ยนแปลงการดำเนินชีวิตมากเกินไปเป็นอุปสรรคนึงของการลดน้ำหนัก เหตุผลอีกประการหนึ่ง ที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผล คือการเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง มากเกินไปในเวลาเดียวกัน เช่น เป็นคนชอบรับประทานเนื้อสัตว์มากๆ แต่หันมาเปลี่ยนเป็นมังสวิรัติในเวลาอันสั้น การค่อยๆลดค่อยๆเปลี่ยนจะเป็นทางออกที่ดีกว่า ทำได้ง่ายกว่า ทำให้ไม่ท้อและเลิกไปเสียก่อน

ลดน้ำหนักอย่างได้ผล 5-30 กก.

การลดความอ้วน5-30 กก. สูตรนี้ผอมถาวร! วิธีลดหน้าท้องและสะโพก วิธีลดต้นขา ลดต้นแขนง่ายๆ ผอมถาวร ที่นี่

 วิธีลดความอ้วนได้ผล

วิธีลดความอ้วนอย่างรวดเร็ว ลดน้ำหนักแบบได้ผลเร็ว
ได้ผลดี ได้ผลเร็ว เร่งด่วนแบบธรรมชาติ อยากผอมเร็วทันใจ

ทางเลือกหนึ่ง...ในการดูแลสุขภาพและรูปร่างด้วยตัวเองแบบง่ายๆ
ผลิตภัณฑ์ลดความอ้วนอันดับ 1 เห็นผลภายใน สัปดาห์
 ผ่านการรับรองอยมากกว่า70 ประเทศ
     -  ลดความอ้วนแบบถูกวิธี ที่บ้านรูปร่างผอมไม่กลับมาอ้วนอีก
ขั้นตอน ลดความอ้วนอย่างได้ผลเร่งด่วนรวดเร็ว ใน 1 โปรแกรม
 
1. ลดสารพิษด้วยสมุนไพรลดหน้าท้อง ลดต้นขาลดน่อง ช่วงแขนและลดสะโพก
2. กำจัดและลดไขมันส่วนเกินพร้อมกระชับ
 3. เผาผลาญไขมันเก่า 4.ติดตามผลการลดความอ้วนง่ายๆ โดยผู้เชี่ยวชาญ
โภชนาการ......ไม่ใช่ยา ด้วยวิธีธรรมชาติ


ควรจะเป็นข้อมูลจริง และสำหรับผู้ที่สนใจลดน้ำหนักรวดเร็วจริงจังถาวรเท่านั้น
โปรแกรมลดน้ำหนัก ลดความอ้วนอันดับ 1 ที่ช่วยให้คุณมีน้ำหนักและรูปร่างตามที่คุณต้องการเพราะโปรแกรมการลดน้ำหนักของเรา ผ่านการวิจัยและพัฒนา โดยแพทย์ และนักวิทยาศาสตร์ระดับโลกรางวัลโนเบล
         ลดน้ำหนักแล้ว สุขภาพดี ผิวพรรณสดใสไม่กลับมาอ้วนอีกไม่เสียเวลาเพราะได้ผลภายใน 1 เดือนและช่วยให้คุณประหยัด เพราะได้ผลจริงไม่ต้องลองผิดลองถูก

     
เราได้รับการอบรมทางด้านโภชนาการ จึงสามารถให้คำแนะนำ และคำปรึกษาให้คุณมีน้ำหนักและรูปร่างที่ดีตามที่คุณต้องการได้อย่างยอดเยี่ยม
 ตัวอย่างลูกค้าลดน้ำหนักของเรา
คุณอัญชลี นุ่มพู่(อายุ24 ปี)
หนูเคยลดความอ้วน ลดน้ำหนักโดยการอดอาหารมาก่อน ไม่ได้ผล เลยเพราะยิ่งอดยิ่งหิวยิ่งหิวยิ่งกิน ยิ่งกินก็ยิ่งอ้วน จะออกกำลังกายก็ไม่ได้เพราะน้ำหนักเยอะเกินไปข้อรับไม่ไหวแล้ว จึงลองกินยาลดน้ำหนักตามคลินิก ดีใจมากน้ำหนักลงไปถึง 30 กก.แต่หลังจากหยุดยา น้ำหนักก็เด้งขึ้นมาอีก 70 กก.ตอนนั้นหนักถึง153กก. สุขภาพแย่มากๆรู้สึกกลัว  และไม่คิดที่จะลดน้ำหนักและลดความอ้วนอีกเลยเพราะคิดว่าชาตินี้คงไม่มีทางลดน้ำหนักได้สำเร็จอีกแล้ว

วันหนึ่งโชคดีมาก ๆ ได้พบกับโปรแกรมลดน้ำหนักตอนแรกไม่ได้คิดว่าจะได้ผลจริง ที่ตัดสินใจอีกครั้งด้วย 2 เหตุผล คือ มีอย. และรับประกันคืนเงิน เริ่มต้นใช้เดือนแรกน้ำหนักลงไป 6 กิโล รู้สึกดีมาก ๆหน้าตา ผิวพรรณสดใสอย่างเห็นได้ชัด สะโพก ต้นขา ต้นแขนและไขมันหน้าท้องลดลงจริงๆ จึงใช้โปรแกรมอย่างต่อเนื่องปัจจุบันใช้ติดต่อกันเพียง 7 เดือน น้ำหนัก ลดไปแล้ว 37 กิโล สุขภาพดีมากๆที่สำคัญหมอสั่งไม่ต้องกินยาลดความดันและเบาหวานอีกเลย ต้องขอขอบคุณโปรแกรมลดความอ้วนนี้มากๆค่ะเพราะแนนไม่คิดว่าชีวิตจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมตอนนี้น้ำหนักแนนอยู่ที่ 106 kg ตั้งใจว่าภายใน 10 เดือนข้างหน้าจะลดน้ำหนักให้เหลือ 60 kg ให้ได้ค่ะ" 
 สุพรรณี ทิพณี น้องบอลลูน ( อายุ 22 ปี )
น้ำหนัก 62 กิโลกรัม         ลดลง 14 กิโลกรัม        
ตอนอ้วนหน้าใหญ่ กลม แถมหน้ามัน พยายามลดน้ำหนักทุกวิธีทั้งอดอาหารและกินยาลดน้ำหนักที่คลีนิคใกล้มหาลัย กินแค่ 7 วันแทบทนไม่ไหว ใจสั่น ปากแห้ง นอนไม่หลับ ไม่มีแรง เลยเลิกกินเพราะกลัวมาก ไปทำงานที่ต่างประเทศ กลับมา น้ำหนักสูงถึง 62 กก.ตัดสินใจเลือก เพียง 1เดือน ลดได้ 5 กก. 3 เดือนลดได้ถึง 14 กก. หน้าท้องยุบลง ต้นขาหายไปหน้าเล็กและเรียวยาวขึ้น ผิวใสขึ้นจนเพื่อนๆทุกคนทัก และชมว่าสวยขึ้นกว่าเดิมมากๆ จะใส่เสื้อผ้าชุดไหนก็ดูดี ที่ดีใจที่สุดคือ อาการไมเกรนที่ปวดมากๆ หายไป ปัญหาความอ้วนที่มีหมดไปแล้วค่ะ "
 จ.ส.ต. กิตตินันท์ ช่วยหวัง อายุ 40 ปี
น้ำหนัก 88.4 กิโลกรัม         ลดลง 15 กิโลกรัม        
"น้ำหนัก ผมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วง ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งน้ำหนักสูงถึง 88.4 ก.ก. อ้วนมากๆ เสื้อผ้าใส่ลำบากมาก ผมทำงานเป็นตำรวจอยู่จังหวัดตรังเวลาจะทำงานต้องซ้อนรถมอเตอร์ไซด์ แต่กว่า จะยกขาขึ้นรถใช้เวลานานมากเหงื่อแทบตกทนไม่ไหว โชคดีมากๆได้รู้จักโปรแกรมผลิตภัณฑ์ลดน้ำหนักของที่นี่ มั่นใจเพราะเห็น โฆษณามานาน เห็นแต่ละคนลดน้ำหนัก ลดความอ้วนลงได้ผลดีและสุขภาพดีขึ้น ผมตัดสินใจเพราะเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ แค่ เดือน เอว ผมลดลงตั้ง นิ้ว
น้ำหนัก ลดลง 14.9 ก.ก. จาก 88.4 ก.ก. เหลือ 73.5 ก.ก. พุงกะทิหายไป สุขภาพผมดีขึ้นมากๆ เคยชอบมึนหัว และมือชา ตอนนี้ดีขึ้นจริงๆครับ อยากแนะนำเพราะไม่แพงเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ที่ได้ คุ้มจริงๆครับ ไม่ต้องกังวลกับน้ำหนักตัวที่เกินอีกต่อไป"
 วงศกร ไชยงาม (ปอนด์) อายุ 22 ปี
 น้ำหนัก 92 กิโลกรัม         ลดลง 14 กิโลกรัม         น้ำหนัก 78 กิโลกรัม 
"ตอน ที่ผมอ้วนแม่เคยบอกให้ลดน้ำหนักอย่างด่วน เพราะเป็นห่วงเรื่องของสุขภาพ ผมเป็นคนชอบทานเนื้อ และขนมขบเคี้ยวมากๆ ตอนนั้นมีน้ำหนักตัวอยู่ที่ 92 กก. รู้สึกอึดอัด และกังวลปัญหาสุขภาพที่อาจมา เพราะโรคอ้วน ไขมันที่พุงและคางก็เยอะมากๆ จนแทบมองไม่เห็นคอ หาเสื้อผ้าใส่ยาก ใส่ชุดไหนก็ดูไม่มั่นใจ ก็เลยหาวิธีลดน้ำหนักด้วยตัวเอง โดยการออกกำลังกายทุกเย็นและอดอาหาร ใช้เวลา 1 ปี ในการลด 10 กก. พอเลิกทำก็กลับมาอ้วนอีกเหมือนเดิม เลยคิดว่าชีวิตนี้คงจะเป็นคนอ้วนไปตลอดชีวิต วันนึงผมได้มารู้จักกับโปรแกรมลดน้ำหนัก ลดความอ้วนของที่นี่ ซึ่งเป็นการลดความอ้วนที่ปลอดภัย ไม่เป็นอันตราย และตัดสินใจฮึดสู้ลดน้ำหนักอีกครั้ง อย่างจริงจัง2-3 เดือน ผ่านไปผมก็สามารถลดน้ำหนักได้ทั้งหมด 14 กก. ผมดีใจมากๆ ที่ตัดสินใจไม่ผิด หลายๆคนทักผมว่าดูดีขึ้นเยอะ ขนาดของเสื้อผ้าก็เปลี่ยน ไซส์เล็กลง เอวหายไป ลดต้นขาได้ผลจริงกางเกงเกือบทุกตัวก็หลวมไปเลย มีรูปร่างดูดีสมส่วนมากขึ้น ผิวพรรณก็ดูสดใสยิ่งขึ้น ตอนนี้ชีวิตมีความสุขขึ้นมากเลยนะครับ"
อรุณี ก้าวสมบูรณ์ อายุ 60 ปี อาชีพ พยาบาล
ปัญหา ของคนวัยทองที่น้ำหนักเกินคือ ปวดหัวเข่าและส้นเท้า เวลาเดินขึ้นบันได รู้สึกเหนื่อยและทรมานมาก หมอบอกให้ลดน้ำหนักได้แล้วเพราะมีปัญหาไขมันใน เลือดสูง ก่อนหน้านี้อดอาหารเองก็ไม่ได้ผล และไปกินยาสมุนไพรซึ่งทำให้ถ่าย ท้องไม่ดีเลย โชคดีที่เข้าโปรแกรมลดความอ้วนแบบด่วนของที่นี่ เดือนแรกลดได้ 3.5 กก. 2 เดือนลดได้ 6 กก. ทานผลิตภัณฑ์ของโปรแกรมต่อเนื่องอย่างจริงจัง เห็นผลในการลดน้ำหนัก สามารถลดน้ำหนักได้ 12 กก. มีความสุขมากๆ เพราะนอนหลับสนิท และหลับลึกขึ้นไม่ตื่นบ่อย ไม่ปวดเข่า และส้นเท้า อาการนอนกรนหายไป แถมเดินคล่องว่องไว ภูมิใจมากที่สุดตอนที่เอา ชุดผ้าไหมที่ตัดไว้มาใส่ได้
***เพียงคุณไว้วางใจให้ทางศูนย์ของเราดูแล***

ลดความอ้วน สูตรนางเอก เบนซ์


วิธีลดน้ำหนักสูตรเบนซ์ พรชิตา

วิธีลดความอ้วน สูตรนางเอก เบนซ์ พรชิตา 5 กิโลกรัมใน 1 สัปดาห์

เบนซ์-พรชิตา ณ สงขลา ออก ตัวว่าเป็นนางเอกช่างกิน แต่ที่ไม่อ้วนก็เพราะมีสูตรเด็ดไว้ค่อยควบคุมน้ำหนัก แถมสูตรนี้ยังฮิตในบรรดานางเอกช่อง 3 อีกด้วย บรรดาสาวๆ ที่อยากหุ่นดีไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง
เบนซ์ ไม่ได้เน้นบำรุงผิวมาก เพราะใส่ใจเรื่องกินมากกว่า เบนซ์กับพี่ชายชอบหาเมนูสุขภาพที่ต้องมีผักและผลไม้มาลองทำกัน บางครั้งจะออกไปกินอาหารนอกบ้านกับพี่มิกซ์-บรมวุฒิ เลือกอาหารที่ดีต่อสุขภาพและอร่อย บางช่วงกินเพลินจนน้ำหนักเพิ่ม ก็ต้องนำสูตรลดความอ้วนมาใช้ สูตรนี้ทำแล้วเห็นผลดี ลดอ้วนได้โดยไม่ต้องอดอาหาร เบนซ์แนะนำเพื่อนๆ ดาราช่อง 3 หลายคนให้ลองทำ ล่าสุด นานา ไรบีนา กินสูตรนี้ก่อนที่จะถ่ายแบบชุดว่ายน้ำค่ะ
สูตรลดอ้วนแบบเบนซ์…เบนซ์…
สูตร นี้ใช้บ่อยเวลาที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ทำอาทิตย์เดียวลดได้ 5 กิโลกรัม หากทำซ้ำ 2 รอบจะลดได้ถึง 7 กิโลกรัม ควรกินน้ำอย่างน้อย 2 แก้วก่อนกินอาหารทุกมื้อ และทำติดต่อกันไม่เกิน 2 อาทิตย์

วันที่ 1
เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผักน้ำใส


วันที่ 2
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 3
เช้า โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

วันที่ 4
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ส้มตำ-ไก่ย่าง
เย็น โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1 ถ้วย

วันที่ 5
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง สลัดผักน้ำใส + ไก่ย่าง
เย็น สลัดผักน้ำใส

วันที่ 6
เช้า น้ำผลไม้คั้น 1 แก้ว
เที่ยง ปลานึ่งหรือปลาย่าง (ไม่จำกัด)
เย็น นมสดรสจืด 1 แก้ว

วันที่ 7
เช้า ข้าว 1 ทัพพี + ไข่ต้ม 1 ฟอง
เที่ยง เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม
เย็น สับปะรด 1 ชิ้น

ทฤษฎี(ไม่)ใหม่...ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด!!!

ทฤษฎี(ไม่)ใหม่...ยิ่งกินเยอะ น้ำหนักยิ่งลด!!!

เคยแปลกใจไหม!?! ว่ายิ่งอยู่ในโปรแกรมไดเอทเท่าไหร่ ก็ไม่เคยผอมได้ในระยะยาว หรือแม้น้ำหนักลดแล้วก็กลับมาอ้วนอีก บางทีเราอาจลดน้ำหนักผิดวิธีหรือรู้เรื่องโภชนาการที่ผิดๆ อยู่ก็ได้ เภสัชกรหญิง นันทวดี พิทยาพิบูลพงศ์ จาก บอดี้ ลิฟท์ อัพ ผู้มีปัญหาเรื่องความอ้วนมานาน มีคำแนะนำดีๆ ในการลดความอ้วนอย่างถูกวิธีโดยไม่ฝืนธรรมชาติมาฝาก
    
    
 ด้วยประสบการณ์ที่ลองผิดลองถูกจากการลดความอ้วนมาตั้งแต่วัยรุ่นไม่ได้ผล เภสัชกรหญิงจึงเริ่มต้นศึกษาหาวิธีการใหม่ๆ มาใช้ในการลดความอ้วน ซึ่งวิธีง่ายๆ ที่เธอค้นพบคือ การทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเน้นการทานโปรตีนเป็นหลัก
   
      “
หลายคนเชื่อว่าการอดอาหาร หรือทานแต่ผัก ผลไม้ทำให้ผอม จริงๆ แล้วไม่ถูกต้อง เมื่อเราอดอาหาร โดยเฉพาะ งดอาหารประเภทเนื้อสัตว์และไขมัน น้ำหนักตัวที่หายไปคือน้ำหนักของกล้ามเนื้อที่เป็นโปรตีน เมื่อเราไม่ทานโปรตีน ก็ไม่มีสารอาหารตรงนี้ไปซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เพราะฉะนั้น ถ้าเราอดอาหารเหมือนที่คลินิกลดความอ้วนแนะนำ น้ำหนักที่หายไป กิโลกรัม คือน้ำหนักของกล้ามเนื้อเสีย กิโลกรัม แต่ถ้าอดจนกระทั่งทนไม่ไหว แล้วทานไปแค่นิดเดียวน้ำหนักจะเพิ่มขึ้นเร็วมาก พอต้องอดอาหารอีกทีมันก็ลดได้ไม่เท่าครั้งแรกแล้ว เพราะเนื้อที่ของกล้ามเนื้อที่เผาผลาญนั้นหายไปหมดแล้ว
   
      
เภสัชกรหญิงอ้างอิงข้อมูลจากตำรานักโภชนาการต่างประเทศหลายเล่มที่เคยทดลองกับตัวเอง แม้แต่ทฤษฎีของ ดร.แอ็ทกินส์ที่ให้ทานแต่โปรตีนล้วนๆ ไม่ทานแป้ง แต่สิ่งที่ประสบกับทฤษฎีนี้คือ อาการปวดหัว เพราะร่างกายขาดคาร์โบไฮเดรต และมีโปรตีนมากเกินไป ส่งผลให้กรดในกระเพาะเยอะ เส้นเลือดหดเกร็ง จนกระทั่งเกิดโรคไมเกรนในที่สุด ดังนั้น เธอจึงสร้างวิธีทานอาหารในแบบฉบับของตัวเอง

   
      “
วิธีการลดน้ำหนักง่ายๆ คืออย่าอดอาหาร ผู้ที่ต้องการลดความอ้วนสามารถทานอาหารได้ทุกชนิด และต้องทานให้ครบทุกมื้อ แต่ขอให้เน้นโปรตีน เพราะโปรตีนมีสารที่เรียกว่ากลูคาร์กอน ซึ่งทำหน้าที่ทำให้น้ำตาลในเลือดขับออกมาใช้เป็นกลูโคส และทำหน้าที่ตรงกันข้ามกับอินซูลินที่เอาน้ำตาลในเลือดมาเป็นไขมัน ในการทานโปรตีนทำให้เราสามารถขับของเก่าออกไปได้ด้วย แต่ถ้าเน้นคาร์โบไฮเดรตก็จะมีแต่ไขมันส่วนเกิน
   
      
หลักโภชนาการเกี่ยวกับอาหาร หมู่ ที่เรามักได้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องในการลดความอ้วนคือ เน้นทานแต่ผักและผลไม้ ซึ่งมีเกลือแร่สูงนั้น จริงๆ แล้วมันสามารถลดได้ แต่น้ำหนักที่หายไปนั้นทำให้ร่างกายหลวม หน้าตอบ ตัวย้วย ไม่สดชื่น เพราะไม่มีโปรตีนไปเสริมสร้างให้กล้ามเนื้อแข็งแรง
   
       “
ใครที่ชอบเอาวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามาใช้ โดยทานแต่ขนมปังกับน้ำผลไม้ในตอนเช้านั้น ทำให้อ้วนกว่าเดิม เพราะกลุ่มคาร์โบไฮเดรตใช้เวลาย่อยแค่40 นาที ให้อยู่ในรูปของกลูโคส ซึ่งกลูโคสจะเข้าสู่เซลล์เพื่อเผาผลาญพลังงานเองไม่ได้ จึงต้องใช้อินซูลีนจากตับอ่อนพากลูโคสเข้าสู่กล้ามเนื้อ เพื่อเผาผลาญเป็นหลังงาน แต่กิจกรรมของคนเราทุกวันนี้ต่างกัน ถ้าร่างกายไม่ได้ออกกำลังกาย กลูโคสก็จะถูกเปลี่ยนเป็นไขมันและสะสมอยู่ในร่างกาย อีกทั้งเมื่อคาร์โบไฮเดรตย่อยเร็ว ร่างกายก็จะอยากทานอาหารเร็วมากขึ้น แต่ถ้าเราทานโปรตีนซึ่งใช้เวลาย่อยถึง ชั่วโมง ทานควบคู่ด้วยในตอนเช้าร่างกายก็จะค่อยๆ ย่อยทำให้กลูโคสไม่สูงจนเกินไป” เภสัชกรหญิงปรับความรู้เรื่องคาร์โบไฮเดรตให้เข้าใจได้อย่างถูกต้องมากขึ้น
   
      
ส่วนส้มตำที่ใครคิดว่าเป็นเมนูหลักในการลดความอ้วนนั้น กลายเป็นอาหารที่ทำให้ช่วงต้นขาใหญ่ขึ้น เพราะความเค็มในส้มตำหรืออาหารรสเค็มจะมีโซเดียม ซึ่งจะอุ้มน้ำแล้วเข้าไปสู่ตับ แล้วจะถูกเก็บไปไว้ที่ช่วงล่างทำให้เกิดอาการบวม ดังนั้น ควรเลือกทานอาหารที่ไม่เค็มมาก      
      
เภสัชกรหญิงแนะนำอาหารสูตรลดความอ้วนในแบบฉบับของตัวเองว่า หากใครชอบทานขนมปังกับนม ก็ควรทานไข่ หรือหมูปิ้งร่วมไปด้วย หรือจะเป็นโจ๊กเน้นหมูหรือเนื้อสัตว์

      

      
เธอแนะนำถึงการรับประทานไข่ว่า ไข่ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด ดังนั้น ควรรับประทานไข่วันละ 1-2 ฟอง สำหรับผู้สูงอายุที่ไม่ได้เป็นโรคหัวใจควรรับประทานไข่วันละฟองได้ เพราะในไข่มีคอเลสเตอรอล HDL ซึ่งดีต่อร่างกายซึ่งได้จากการออกกำลังกายและแหล่งอาหาร นอกจากนั้น การดื่มนมก็ควรเลือกดื่มแบบมีไขมัน เพราะทำให้อิ่มโดยไม่ต้องพึ่งไขมันจากคุ้กกี้ หรือขนมเค้ก
   
      
มื้อเที่ยงทานก๋วยเตี๋ยว แต่ต้องสั่งพิเศษเพิ่มเนื้อ เพิ่มผัก ขอเส้นน้อยๆ หรือทานเกาหลาพิเศษกับข้าวเปล่า ถ้วย หรือหากใครที่ชอบอาหารหนักๆ ก็สามารถทานขนมจีนแกงเขียวหวานได้เลย เพราะกะทิทำให้เกิดการเผาผลาญเพิ่มขึ้นและอยู่ท้อง ทำให้อิ่มนาน ดังนั้น ใครที่เลือกทานแกงเขียวหวานไก่ ก็เลือกไก่เยอะๆ มะเขือเยอะๆ ขนมจีนน้อยๆ
   
      
สำหรับมื้อเย็น สามารถทานได้เป็นปกติ แต่หากใครที่อยากให้หน้าท้องยุบควรทานโปรตีนเยอะๆ เพราะร่างกายซ่อมแซมกล้ามเนื้อในช่วงเวลานอนถึง 70เปอร์เซ็นต์ เมื่อฮอร์โมนในการเจริญเติบโตหลั่ง ก็จะนำพลังงานเก่าออกมาใช้ขณะซ่อมแซมกล้ามเนื้อ ยิ่งนอนมาก ร่างกายจะผอมลงมาก เพราะฮอร์โมนจะมากตาม แต่หากทานแต่ผักก่อนนอน ร่างกายก็จะซ่อมแซมตัวเองได้ยาก
   
      
ส่วนอาหารที่เภสัชกรหญิงคนนี้แนะนำให้งด ในช่วงลดน้ำหนัก คือ น้ำผลไม้ต่างๆ ทั้ง 100% หรือแบบผสม เพราะมีน้ำตาลฟลุกโตส ทำให้ได้รับกลูโคสสูง และร่างกายก็จะอยู่ในสภาพสะสมไขมัน ทางที่ดีควรทานผลไม้แทนเพราะยังมีไฟเบอร์ที่เมื่อถูกย่อยแล้วจะค่อยๆ ปล่อยกลูโคสออกมา
   
      
ส่วนใครที่ชอบทานโยเกิร์ตในช่วงเช้า ควรทานไข่ดาว หรือเนื้อสัตว์คู่กันไปด้วยเพื่อเพิ่มปริมาณโปรตีนให้กับร่างกาย จะได้ไม่หิวเร็ว
   
      
ควรงดทานคุ้กกี้ เพราะมีทั้งแป้งและน้ำตาล แต่หากใครที่อดทานไม่ได้ก็ควรทานพร้อมกับนม ส่วนใครที่ชอบทานขนมหวาน หรือผลไม้ควรรับประทานหลังอาหารทันที เพราะเมื่อเลือกทานขนมหวานก็ควรลดปริมาณข้าวลง ที่สำคัญหากทานเนื้อสัตว์ก็ต้องทานควบคู่กับผักเสมอ เพราะไฟเบอร์ในผักจะช่วยดูดซับไชมันส่วนเกินออกไป
   
      
เพราะร่างกายต้องการโปรตีนอยู่ตลอดเวลา และเราต้องใช้สมองอยู่เสมอ เซลล์สมองต้องใช้โปรตีน ทั้งน้ำย่อยต่างๆ อย่างกลูคาร์กอนก็ต้องการโปรตีน อีกทั้ง ภูมิคุ้มกันของร่างกายก็ทำจากโปรตีน ทุกอย่างสร้างอยู่ตลอดเวลา โปรตีนเมื่อย่อยแล้วร่างกายยังไม่ได้นำมาใช้เป็นพลังงาน แต่จะถูกเก็บไว้เป็นพลังงานสำรอง เมื่อคาร์โบไฮเดรตถูกย่อยแล้วร่างกายถึงจะนำมาใช้
   
      
ดังนั้นใครที่กำลังคิดลดความอ้วนด้วยการงดอาหารบางหมู่ จึงถือว่าเป็นการทำร้ายร่างกายโดยตรง แต่การเลือกผอมด้วยการลดปริมาณคาร์โบไฮเดรตลงจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ใช้ได้ผล...
   
      
ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับคุณแล้วว่า กล้าพอที่จะเปลี่ยนทัศนคติในการลดความอ้วนได้หรือไม่!?!