ใครๆ ก็อยากสวยหุ่นดี ห่างไกลคำว่า “อ้วน” กันทั้งนั้น แต่นอกเหนือไปจากนี้แล้ว ใครๆ ชอบพูดว่าความอ้วนเป็นสาเหตุหนึ่งของสารพัดโรค เช่น เบาหวาน ความดัน หรือแม้กระทั่งโรคหัวใจ
ปัจจุบันมีหลายคนเลือกใช้วิธีการลดความอ้วนแบบผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นดูดไขมัน ผ่าตัด หรือการรับประทานยา ซึ่งมีผลข้างเคียงตามมามากกมาย ทั้งที่ความจริงแล้วมีวิธีการลดความอ้วนแบบธรรมชาติมากมายหลายวิธีที่จะทำ ให้หุ่นดี และสุขภาพดีไปในเวลาเดียวกัน สำหรับทฤษฎีอย่างง่ายของการลดน้ำหนัก คือ ต้องใช้พลังงานให้มากกว่าที่กินเข้าไป สำหรับผู้ที่ตั้งใจลดน้ำหนักจริงๆ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่อง ดื่มเหล่านี้มีสารเอทานอลซึ่งให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรีต่อกรัม ร่างกายจะเผาไหม้เอทานอลก่อนไขมัน จึงเอื้ออำนวยให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย
ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ และยังทำให้การกินอาหารในมื้อถัดไปเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ
กินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่อย่ากินไขมัน ไขมัน ทุกรูปแบบล้วนให้พลังงานสูง โดยให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรตที่หนักเท่ากันถึงสองเท่า และที่ร้ายกว่านั้นคือ ร่างกายสามารถสร้างไขมันสะสมจากไขมันที่กินเข้าไป โดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันสะสมต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเกือบสอง เท่า
แม้ว่าอาหารไทยส่วนใหญ่ไขมันต่ำ แต่เดี๋ยวนี้คนไทยก็หันไปนิยมกินอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้น ส่วนอาหารฝรั่งนั้นมักมีไขมันอยู่ราวร้อยละ 30-40 ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องลดไขมันในอาหารให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยควรกินอาหารไขมันต่ำตามธรรมชาติ หรืออาหารที่แปรรูปด้วยไขมันต่ำ และผสมน้ำตาลเพียงเล็กน้อย และกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากๆ แม้วิธีนี้ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วง่ายกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเทียบกับการต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรี ในอาหารทุกอย่างให้ได้ตามเกณฑ์ (1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน) แล้วนับว่าการลดไขมันในอาหารนั้นสะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าทีเดียว
ออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และ อย่าออกกำลังกายเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกให้เป็นสุขนิสัยที่ปฏิบัติต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพราะหากทำได้เราจะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตลอดไป สำหรับวิธีการออกกำลังกายมีสองแบบ คือ แบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง วิ่ง เต้นแอโรบิก และแบบแอนแอโรบิก เช่น ยกน้ำหนัก ทั้งสอบแบบจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานได้
งดรับประทานของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รับ ประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ เพราะนอกจากให้วิตามิน และเกลือแร่แล้ว ยังให้ใยอาหาร ทำให้ท้องไม่ผูก และมีความรู้สึกอิ่ม ไม่หิวบ่อย แต่ต้องไม่รับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
ท็อปเทนผลไม้ที่ให้น้ำตาลสูง ได้แก่ปัจจุบันมีหลายคนเลือกใช้วิธีการลดความอ้วนแบบผิดๆ ไม่ว่าจะเป็นดูดไขมัน ผ่าตัด หรือการรับประทานยา ซึ่งมีผลข้างเคียงตามมามากกมาย ทั้งที่ความจริงแล้วมีวิธีการลดความอ้วนแบบธรรมชาติมากมายหลายวิธีที่จะทำ ให้หุ่นดี และสุขภาพดีไปในเวลาเดียวกัน สำหรับทฤษฎีอย่างง่ายของการลดน้ำหนัก คือ ต้องใช้พลังงานให้มากกว่าที่กินเข้าไป สำหรับผู้ที่ตั้งใจลดน้ำหนักจริงๆ ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้
ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเครื่อง ดื่มเหล่านี้มีสารเอทานอลซึ่งให้พลังงาน 7 กิโลแคลอรีต่อกรัม ร่างกายจะเผาไหม้เอทานอลก่อนไขมัน จึงเอื้ออำนวยให้เกิดการสะสมไขมันภายในร่างกาย
ห้ามอดมื้อกินมื้อ เพราะการอดอาหารอาจเกิด อันตรายต่อสุขภาพได้ และยังทำให้การกินอาหารในมื้อถัดไปเพิ่มปริมาณมากกว่าปกติ
กินคาร์โบไฮเดรตได้ แต่อย่ากินไขมัน ไขมัน ทุกรูปแบบล้วนให้พลังงานสูง โดยให้พลังงานมากกว่าคาร์โบไฮเดรตที่หนักเท่ากันถึงสองเท่า และที่ร้ายกว่านั้นคือ ร่างกายสามารถสร้างไขมันสะสมจากไขมันที่กินเข้าไป โดยใช้พลังงานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ขณะที่การเปลี่ยนคาร์โบไฮเดรตเป็นไขมันสะสมต้องใช้พลังงานเพิ่มขึ้นเกือบสอง เท่า
แม้ว่าอาหารไทยส่วนใหญ่ไขมันต่ำ แต่เดี๋ยวนี้คนไทยก็หันไปนิยมกินอาหารไขมันสูงเพิ่มขึ้น ส่วนอาหารฝรั่งนั้นมักมีไขมันอยู่ราวร้อยละ 30-40 ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักต้องลดไขมันในอาหารให้เหลือน้อยกว่าร้อยละ 30 โดยควรกินอาหารไขมันต่ำตามธรรมชาติ หรืออาหารที่แปรรูปด้วยไขมันต่ำ และผสมน้ำตาลเพียงเล็กน้อย และกินคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนมากๆ แม้วิธีนี้ดูเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริงๆ แล้วง่ายกว่าที่คิด ยิ่งเมื่อเทียบกับการต้องมานั่งคำนวณปริมาณแคลอรี ในอาหารทุกอย่างให้ได้ตามเกณฑ์ (1,200 กิโลแคลอรีต่อวัน) แล้วนับว่าการลดไขมันในอาหารนั้นสะดวก และมีประสิทธิภาพมากกว่าทีเดียว
ออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างสม่ำเสมอ และ อย่าออกกำลังกายเพื่อหวังผลในการลดน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่ควรฝึกให้เป็นสุขนิสัยที่ปฏิบัติต่อเนื่องไปตลอดชีวิต เพราะหากทำได้เราจะมีน้ำหนักตัวที่เหมาะสมตลอดไป สำหรับวิธีการออกกำลังกายมีสองแบบ คือ แบบแอโรบิก เช่น ว่ายน้ำ รำกระบอง วิ่ง เต้นแอโรบิก และแบบแอนแอโรบิก เช่น ยกน้ำหนัก ทั้งสอบแบบจะช่วยเร่งระบบการเผาผลาญของร่างกาย ซึ่งจะทำให้ไขมันที่สะสมไว้มาใช้เป็นพลังงานได้
งดรับประทานของหวาน และเครื่องดื่มที่มีน้ำตาล รับ ประทานผัก และผลไม้เป็นประจำ เพราะนอกจากให้วิตามิน และเกลือแร่แล้ว ยังให้ใยอาหาร ทำให้ท้องไม่ผูก และมีความรู้สึกอิ่ม ไม่หิวบ่อย แต่ต้องไม่รับประทานผลไม้ที่มีน้ำตาลสูง
| อันดับหนึ่ง |
กล้วยไข่
|
อันดับสอง
|
กล้วยน้ำว้า
|
อันดับสาม
|
ขนุน
|
อันดับสี่
|
กล้วยหอม
|
อันดับห้า
|
มะม่วงน้ำดอกไม้
|
อันดับหก
|
ลำไยกะโหลกเขียว
|
อันดับเจ็ด
|
ลองกอง
|
อันดับแปด
|
เงาะ
|
อันดับเก้า
|
ลางสาด
|
อันดับสุดท้าย
|
ละมุด
|
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น